อดีตแฟน Park Min Young, Kang Jong Hyun, อาจต้องติดคุก 20 ปี คดีปั่นหุ้น Bithumb


เรื่องใหญ่เลยทีเดียวสำหรับ Kang Jong Hyun อดีตแฟนของนักแสดงสาว Park Min Young ที่ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับคำร้องขอให้จำคุกถึง 20 ปี จากคดีปั่นหุ้นบริษัทในเครือ Bithumb ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี
Kang Jong Hyun ถูกระบุว่าเป็นเจ้าของตัวจริงของบริษัทหลายแห่ง เช่น Bitdent, Inbiogen และ Bucket Studio โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ศาลแขวงกรุงโซลใต้ แผนกคดีอาญาที่ 12 ได้จัดการพิจารณาคดีครั้งสุดท้ายสำหรับ Kang และจำเลยอีก 5 คน
อัยการได้ร้องขอให้ศาลตัดสินจำคุก Kang เป็นเวลา 20 ปี พร้อมปรับ 150,000 ล้านวอน (ประมาณ 108.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และให้ยึดทรัพย์สินประมาณ 18,100 ล้านวอน (ประมาณ 13.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ข้อหาที่ Kang เผชิญนั้นมีทั้งการยักยอกทรัพย์และการฉ้อโกงภายใต้กฎหมายว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงขึ้น รวมถึงการซื้อขายหลอกลวงภายใต้กฎหมายตลาดทุน
อัยการกล่าวหาว่า Kang ยักยอกเงินของบริษัทในเครือไปกว่า 62,800 ล้านวอน ระหว่างปี 2020 ถึงกันยายน 2022 และยังอ้างว่า Kang กับพวกได้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ (CBs) จากนั้นก็ปล่อยข่าวดีเพื่อดันราคาหุ้นของบริษัทให้สูงขึ้น สร้างผลกำไรที่ผิดกฎหมายไปประมาณ 35,000 ล้านวอน นอกจากนี้ เขายังถูกกล่าวหาว่าละเมิดความไว้วางใจโดยการโอนสิทธิซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้บริษัทขาดทุน
ที่น่าตกใจคือ Kang ยังถูกกล่าวหาว่าสั่งให้พนักงานทำลายหลักฐาน เช่น ฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ทันทีหลังจากที่สื่อ 'Dispatch' รายงานข่าวความสัมพันธ์ของเขากับ Park Min Young แถมยังสั่งให้พนักงานที่ดูแลบัญชีธนาคารที่ใช้ชื่อคนอื่นหลบหนีไปต่างประเทศอีกด้วย
อัยการให้เหตุผลในการขอโทษที่รุนแรงว่า “เขาเป็นผู้กระทำผิดหลักในคดีนี้ แต่เขากลับไม่ยอมรับความผิดหลักๆ” และเสริมว่า “พฤติกรรมของเขาร้ายแรงมาก รวมถึงการสั่งให้ผู้อื่นทำลายหลักฐานและหลบหนีระหว่างการสอบสวน”
แต่ทีมทนายของ Kang ก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยโต้แย้งว่าการซื้อขายที่หลอกลวงจะต้องมีสถานการณ์ที่ทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดและคุกคามความเป็นธรรมของตลาด ซึ่งอัยการยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ถึงจุดนั้น “อัยการได้นำข้อเท็จจริงหลายอย่างมารวมกันโดยไม่ได้จัดการอย่างเหมาะสม” ทนายความกล่าว
ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดความไว้วางใจ ทีมทนายยืนยันว่า Kang ไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิดหรือตั้งใจที่จะได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย “แม้ว่าจะมีการละเมิดความไว้วางใจจริง กฎหมายว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงขึ้นก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้” ทนายความกล่าว “เมื่อจำนวนเงินไม่สามารถคำนวณได้อย่างเฉพาะเจาะจง กฎหมายลงโทษที่รุนแรงขึ้นก็ไม่สามารถใช้ได้ ผู้เชี่ยวชาญและพยานต่างให้การว่าวิธีการคำนวณความเสียหายที่อัยการอ้างนั้นไม่เหมาะสม”
นอกจาก Kang แล้ว อัยการยังได้ขอให้ลงโทษจำคุกผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาด้วย โดยอดีตประธาน Chorokbaem Group, Won Young Sik, ถูกร้องขอให้จำคุก 15 ปี ปรับ 30,000 ล้านวอน และยึดทรัพย์ประมาณ 2,400 ล้านวอน เนื่องจากมีผลกำไรที่ผิดกฎหมายจำนวนมากและการหลีกเลี่ยงภาษี ส่วน Kang Ji Yeon น้องสาวของ Kang ซึ่งเป็นซีอีโอของ Bucket Studio ถูกร้องขอให้จำคุก 7 ปี และ Cho ซีอีโอของบริษัทในเครือ Bithumb ที่ไม่ได้จดทะเบียน ถูกร้องขอให้จำคุก 6 ปี ขณะที่พนักงานอีกสองคนคือ Cho และ Kim ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำตามคำสั่งของ Kang แต่ละคนถูกร้องขอให้จำคุก 5 ปี
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2022 'Dispatch' เป็นสื่อแรกที่รายงานข่าวความสัมพันธ์ของ Park Min Young กับ Kang และเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของเขา ซึ่งรวมถึงการถูกตัดสินว่าฉ้อโกงในอดีต การกู้ยืมเงินที่ไม่เหมาะสมโดยใช้พันธบัตรส่วนตัวหลายแสนล้านวอน และการควบรวมกิจการแบบไม่มีเงินลงทุน 'Dispatch' ยังได้บัญชีธนาคาร 7 บัญชีที่ใช้ชื่อคนอื่น และรายงานหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่ามีการฟอกเงิน
Kang ถูกจับกุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2023 และในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันนั้น ก็มีข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำลายหลักฐานและสั่งให้ผู้อื่นหลบหนี Park Min Young เองก็ถูกอัยการสอบปากคำในฐานะพยาน แม้เธอจะยืนยันว่าไม่เคยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Kang แต่คำฟ้องของอัยการกลับระบุว่ามีเงิน 250 ล้านวอนจากบริษัทในเครือที่ถูกเรียกว่า “IT” ถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของ Park โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต