Source

Lisa BLACKPINK ขอโทษกรณีใช้คำเหยียดเชื้อชาติในอดีต จุดประเด็นถกเถียงเรื่องบริบททางวัฒนธรรม

เรียบเรียงโดย: Narin0
Lisa BLACKPINK ขอโทษกรณีใช้คำเหยียดเชื้อชาติในอดีต จุดประเด็นถกเถียงเรื่องบริบททางวัฒนธรรม

Lisa วง BLACKPINK ได้ออกมาขอโทษแล้วกรณีที่เคยใช้คำเหยียดเชื้อชาติคนผิวสีในคลิปวิดีโอสมัยเป็นเด็กฝึก ซึ่งเธอให้เหตุผลว่าตอนนั้นไม่รู้ความหมายของคำนี้เลย ทำให้เกิดการถกเถียงกันบนโลกออนไลน์อีกครั้งว่าบริบททางวัฒนธรรมและภาษาควรมีผลต่อการรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่สารคดี “Always Lalisa” ของ Lisa ไปฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Toronto เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เธอได้ให้สัมภาษณ์กับ Variety และพูดถึงคลิปวิดีโอที่เธอแร็ปตามเพลงที่มีคำเหยียดเชื้อชาติสมัยเป็นเด็กฝึกที่ YG Entertainment

Lisa เปิดใจว่า “ฉันต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ พูดตามตรง ฉันเป็นคนไทย เติบโตที่เมืองไทย ที่นั่นไม่มีการสอนเรื่องแบบนี้เลย ตอนนั้นฉันเลยไม่รู้จริงๆ” เธอยังเสริมด้วยว่าตั้งแต่นั้นมาเธอก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำนี้แล้ว และจะไม่ใช้มันอีกเด็ดขาด

คลิปวิดีโอนี้หลุดออกมาทางออนไลน์เมื่อเดือนมีนาคม 2025 โดยบุคคลที่สารคดีเรียกว่า “YG Leaker” ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เคยขู่ฆ่า Lisa เพราะเรื่องคลิปนี้ ตามรายงานของ Variety

คำอธิบายของ Lisa ที่เปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้รับปฏิกิริยาหลากหลายจากชาวเน็ต แฟนๆ บางส่วนมองว่าภูมิหลังของ Lisa ที่เติบโตนอกสหรัฐอเมริกาควรถูกนำมาพิจารณาด้วยเมื่อตัดสินเหตุการณ์นี้

มีผู้ใช้ X คนหนึ่งเขียนว่า “คนเราต้องเข้าใจนะว่าไม่ใช่ทั่วโลกที่จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อเมริกัน” และเสริมว่า “คนควรจะอธิบายให้ศิลปินเหล่านี้เข้าใจว่าทำไมคำนี้ถึงไม่เหมาะสม แทนที่จะรุมด่าพวกเขาทันที”

อีกคนก็บอกว่า “ในฐานะคนเอเชีย ตลอดประถมและมัธยม ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามีคำว่า N-word จนกระทั่งฉันเล่นอินเทอร์เน็ตมากขึ้น” ส่วนผู้ใช้ที่เติบโตในไทยก็เห็นด้วยว่า “คุณจะไม่มีทางรู้เรื่อง N-word เลยถ้าไม่มีใครเคยพูดถึงบนโลกออนไลน์”

แต่ก็มีอีกฝ่ายที่แย้งว่า ในฐานะแร็ปเปอร์ของ BLACKPINK และการที่ K-pop กำลังขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ทำให้ Lisa มีความรับผิดชอบมากขึ้นที่จะต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมของฮิปฮอป ซึ่งเป็นแนวเพลงที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมคนผิวสีอเมริกัน

ผู้ใช้รายหนึ่งเขียนว่า “สิ่งที่เราทำได้น้อยที่สุดถ้าเราได้ประโยชน์จากวัฒนธรรมคนผิวสี ก็คือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์”

ส่วนอีกคนก็ปัดตกคำอธิบายของเธออย่างตรงไปตรงมาว่า “‘ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ของฉัน’ – ข้ออ้างนี้ใช้ได้ทุกครั้งเลยสินะ”

ความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างแฟนๆ สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเกี่ยวกับการที่ K-pop นำดนตรีและวัฒนธรรมคนผิวสีอเมริกันมาใช้

ฮิปฮอปและ R&B มีอิทธิพลต่อ K-pop มานานแล้ว ในขณะที่ประเด็นถกเถียงเรื่องภาษา ทรงผม และภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมคนผิวสีก็มักจะทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรมและความรับผิดชอบของศิลปินในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตไปทั่วโลก

Lisa ย้ายจากประเทศไทยไปเกาหลีตอนอายุ 14 หลังจากเข้าร่วม YG Entertainment และใช้เวลาฝึกประมาณห้าปีก่อนที่จะเดบิวต์กับ BLACKPINK ในปี 2016

หลังจากนั้นอาชีพของเธอก็ขยายไปสู่ตลาดสหรัฐฯ มากขึ้น เธอได้ก่อตั้งบริษัท Lloud ของตัวเอง และเซ็นสัญญากับ RCA Records สำหรับกิจกรรมเดี่ยว Lisa ได้ปล่อยอัลบั้มเดี่ยวเต็มชุดแรก “Alter Ego” ขึ้นแสดงที่ Coachella และประเดิมงานแสดงในซีซันสามของซีรีส์ “The White Lotus” ทาง HBO

สารคดี “Always Lalisa” ที่เล่าเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่ช่วงเวลาที่เป็นอิสระมากขึ้นในอาชีพของ Lisa จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 12 ตุลาคมนี้

กำลังโหลดความคิดเห็น...