jiwoon จาก idntt มานั่งคุยแบบหมดเปลือกกับ allkpop ถึงเส้นทางไอดอลสุดเข้มข้น!









allkpop ได้มีโอกาสพูดคุยแบบเจาะลึกกับ jiwoon หนึ่งในสมาชิกของ idntt บอยกรุ๊ปน้องใหม่ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์สุดแหวกแนว มีสมาชิกถึง 24 คน และระบบยูนิตหมุนเวียนที่แฟนๆ สามารถโหวตได้! jiwoon ได้เล่าถึงประสบการณ์ในรายการเซอร์ไววัลที่ทำให้เขาเข้าใจว่าการเดบิวต์ไม่ใช่จุดสิ้นสุด และความมุ่งมั่นของคนอื่นๆ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังต้องไปได้อีกไกล
เมื่อถูกขอให้แนะนำ idntt และตัวเองใน 30 วินาที jiwoon แนะนำตัวเองว่าเป็นพี่ใหญ่สุดของ idntt ที่มีสมาชิก 24 คน และเป็นสมาชิกของยูนิตแรก unevermet แถมยังบอกว่าเพิ่งย้อมผมสีแดงและหวังว่าทุกคนจะจดจำเขาในฐานะ 'jiwoon ผมแดง' ที่ทุ่มเทเต็มที่เสมอ
ในฐานะหัวหน้ายูนิต unevermet jiwoon ยอมรับว่าแรกๆ ก็กังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงสมาชิก แต่ในฐานะพี่ใหญ่ของ idntt เขาก็พยายามดูแลและให้คำแนะนำน้องๆ เสมอ แม้จะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เขาก็อยากเป็นที่พึ่งให้น้องๆ ได้
สำหรับ jiwoon แล้ว idntt คือ 'งานศิลปะชิ้นใหญ่ ที่แต่ละคนใช้สีของตัวเองวาดไปสู่เป้าหมายเดียวกัน' ส่วนเรื่องโชค เขามองว่าคนโชคดีคือคนที่ได้รับโอกาส และเขาเองก็รู้สึกโชคดีที่ได้เข้าร่วมรายการเซอร์ไววัลและคว้าโอกาสนั้นไว้ได้
ที่น่าสนใจคือ jiwoon เป็นคนตั้งชื่อแฟนคลับว่า 'Denju' มาจากคำว่า 'idntt's gongju (เจ้าหญิงของ idntt)' ซึ่งเขาภูมิใจมากและอยากจะตะโกนชื่อนี้เวลาได้รับรางวัลบนเวที
jiwoon เล่าถึงช่วงอายุยี่สิบของเขาว่าเป็นช่วงเวลาที่ 'แสงและเงาอยู่ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง' ทั้งการไล่ตามความฝัน การเผชิญหน้ากับความจริง การล้มเหลว และการกลับมาเริ่มต้นใหม่ เขามองว่าการเป็นไอดอลทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า 'ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่' และสิ่งที่ติดตัวเขามาตลอดคือ 'ถ้ามีโอกาสมาถึง ต้องเตรียมพร้อมให้มากกว่าเดิม จะได้ไม่พลาดและไม่เสียใจ'
สิ่งที่ jiwoon เรียนรู้เป็นอันดับแรกในการเตรียมตัวเป็นไอดอลคือ 'ความมั่นใจ' และสิ่งที่ทำให้เขามั่นคงที่สุดคือทัศนคติที่ว่า 'เอาล่ะ ลองทำดู!' ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ไหน เขาก็พร้อมที่จะลองทำมากกว่าที่จะคิดลบ
เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คิดกับความเป็นจริงบนเวที jiwoon บอกว่าเขารู้สึกได้ถึงความไม่พร้อมของตัวเอง และไม่อยากให้ทีมดูเงอะงะในฐานะน้องใหม่ เขาจึงทุ่มเทกับการถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้จากรายการเซอร์ไววัลให้น้องๆ
ช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดคือ 'เดบิวต์โชว์เคส' ตอนที่ไฟสว่างขึ้นและเขาเห็นแฟนๆ มันเป็นความรู้สึกที่ผสมผสานกันทั้งความกลัว ความโล่งใจ และความตื่นเต้น จนพูดไม่ออก
เพลงที่ jiwoon รู้สึกว่าเป็นตัวเองที่สุดคือท่อน Bridge ในเพลง 'Adolescence' จากอัลบั้มแรก เพราะเป็นท่อนที่ทำให้เขาได้แสดงอารมณ์และเสียงร้องออกมาเต็มที่ ส่วนความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของ jiwoon นอกเวทีคือการได้นอนฟังเพลงที่ชอบแบบยาวๆ จนลืมเรื่องกังวลไปหมด
สีประจำตัวของ jiwoon คือ Pistachio ซึ่งเขามองว่าเป็นสีเขียวที่ยังไม่สมบูรณ์ กำลังค้นหาสีของตัวเอง เหมือนกับเสียงของเขาบนเวที แต่สีที่เขาอยากเป็นบนเวทีคือ 'สีเขียวอมน้ำเงิน' ที่มีความพิเศษและสมดุลระหว่างความเย็นและความอบอุ่น อุณหภูมิบนเวทีของเขาคือ '15 องศา' เหมือนอุณหภูมิยามรุ่งสาง ที่ร้อนแรงแต่ก็มีความสงบซ่อนอยู่
ศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจของ jiwoon คือ BTOB โดยเฉพาะ Yook Sung Jae ที่ทำให้เขาเห็นพลังของดนตรี และ D.O. จาก EXO ที่ทำให้เขาฝันอยากเป็นไอดอล เขาอยากร้องเพลงให้ดีเหมือนรุ่นพี่ทั้งสองคน
สำหรับ Denju ที่จะอ่านบทสัมภาษณ์นี้หลังคอนเสิร์ตที่มาเก๊า jiwoon บอกว่านี่จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งที่ 5 ของ idntt แล้ว เขาอยากจะสนุกกับเวทีให้เต็มที่ตั้งแต่เพลงแรกเลย
jiwoon ชอบฟังเพลงบัลลาดและ R&B ที่มีอารมณ์ลึกซึ้ง เขาจะฟังเพลงจากศิลปินที่ชื่นชอบอย่าง Kim Dong Ryul, Lee Juck และ Kim Yeon Woo อย่างละเอียด และถ้าชอบเพลงไหนก็จะตามไปฟังทั้งอัลบั้มหรือผลงานอื่นๆ ของศิลปินนั้นๆ ด้วย
การทำเพลงร่วมกันสำหรับ jiwoon คือการ 'รักษาสีของแต่ละคนไว้ แต่ปรับความเข้มของสี' เพื่อให้เกิดความสมดุลและกลมกลืน เพลงที่เขาชอบที่สุดคือ 'Adolescence' เพราะเป็นเพลงที่ทำให้เขาได้แสดงสีสันของเสียงร้องออกมาได้ดี และเป็นแนวเพลงที่เขาฟังบ่อย
เพลงที่ jiwoon คิดว่าอธิบาย idntt ได้ดีที่สุดคือ 'Adolescence' เพราะเนื้อเพลงที่พูดถึงการไม่กลัวที่จะล้มและใช้มันเป็นก้าวสู่การเติบโตนั้นคือตัวตนของ idntt ส่วนสิ่งที่ยังไม่เคยโชว์คือ 'ความเซ็กซี่แบบผู้ใหญ่' ที่เขาอยากจะแสดงออกมาในอนาคต
jiwoon มองว่าเสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ idntt ในตอนนี้คือการที่พวกเขายังไม่สมบูรณ์ การที่จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การแสดงบนเวทีดูสดใหม่เสมอ และเขาก็ยังรู้สึกว่านี่เป็นช่วง 'ก่อนเดบิวต์' ด้วยซ้ำ การได้เห็น 'รุกกี้มากประสบการณ์' เหล่านี้เดบิวต์อย่างเป็นทางการน่าจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับหลายคน
แรกๆ jiwoon ยอมรับว่าการมีสมาชิกเยอะทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในรายการเซอร์ไววัลอีกครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึก 'ร่วมกัน' ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะพี่ใหญ่ เขาก็พยายามสอนน้องๆ และปรับตัวเข้าหากัน สิ่งสำคัญที่สุดที่ idntt ต้องไม่สูญเสียไปคือ 'ความผูกพันระหว่างสมาชิก' เพราะทีมจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อทั้ง 24 คนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
jiwoon อยากให้ Denju จดจำเขาในฐานะสมาชิกที่ idntt ขาดไม่ได้ และในฐานะบุคคล เขาอยากเป็นคนที่พึ่งพาได้ เพราะ Denju ก็เป็นที่พึ่งให้เขาเสมอมา เขาอยากตอบแทนความเข้มแข็งที่ได้รับกลับไปเป็นสองสามเท่า
ด้านที่ไม่มีใครรู้ยกเว้นสมาชิก idntt คือ 'ด้านที่ค่อนข้างเข้มงวด' ของ jiwoon ที่จะแสดงออกมาเมื่อต้องทำงานหรือต้องการให้ทุกคนมีสมาธิ
ช่วงนี้ jiwoon กำลังคิดหนักเรื่อง 'ช่วงเสียง' ของตัวเอง เขาอยากให้เสียงของเขาสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงแต่ละเพลงออกมาได้อย่างเต็มที่ และถ้าต้องเลือกระหว่าง 'เพลงที่ดี' กับ 'เพลงที่เป็นตัวฉัน' เขาจะเลือก 'เพลงที่ดี' เพราะอยากพัฒนาตัวเองในฐานะนักร้องและอยากลองร้องเพลงทุกแนว
jiwoon ตั้งชื่อแนวเพลงของ idntt ในแบบของเขาว่า 'ting-tong-tong-ting' (ติง-ต่อง-ต่อง-ติง) เพื่อสื่อถึงความอิสระของวัยรุ่นที่สามารถไปได้ทุกทิศทาง และอยากให้คนฟังรู้สึกว่า 'พวกเขาอิสระขนาดนี้เลยเหรอ? พวกเขามีสีสันที่ชัดเจนจริงๆ!'
สิ่งที่ jiwoon อยากจะแสดงออกมาให้ทุกคนเห็นในอนาคตคือ 'เพลงที่บอกเล่าเรื่องราวที่ซื่อสัตย์ของเขา' โดยเฉพาะเรื่องราวและความทรงจำดีๆ ที่มีกับ Denju เขาอยากจะขอบคุณ Denju ที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเขาได้เป็น jiwoon แห่ง idntt และทำให้เขาเปล่งประกาย
ถ้าอีกสิบปีข้างหน้า jiwoon ได้กลับมาฟังเพลงของตัวเองในตอนนี้ เขาคงจะรู้สึกเขินๆ และคิดว่า 'jiwoon ตอนนั้นทำไปได้ยังไงนะ... แสดงออกมาแบบนั้นเลยเหรอ? ด้วยทักษะแค่นั้น ทำไมถึงได้พอใจขนาดนั้น!' เขาคิดว่าเสียงที่เปลี่ยนไปและค้นหาตัวเองจากเพลงสู่เพลงนั้นเป็นสิ่งที่ได้ยินได้แค่ในช่วงเวลานี้เท่านั้น
jiwoon ฝากคำถามถึง seongjun สมาชิกคนต่อไปว่า 'เส้นทางสู่การเดบิวต์ของ seongjun เป็นอย่างไรบ้าง และตอนนี้ที่ได้เดบิวต์และโปรโมตในฐานะ idntt แล้ว มีอะไรในใจที่ยังไม่ได้พูดออกมาบ้างไหม' เพราะ seongjun เป็นคนแรกที่เข้ามาคุยกับเขาตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาที่ MODHAUS และตอนนั้นยังไม่ได้คุยกันเรื่องการเตรียมตัวเดบิวต์มากนัก
สุดท้าย jiwoon ขอบคุณ allkpop ที่ให้โอกาสเขาได้แนะนำตัวเองอีกครั้ง และหวังว่า Denju จะอ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้วรู้สึกใกล้ชิดกับเขามากขึ้น เขาเขียนทั้งหมดนี้ด้วยความขอบคุณ Denju และหวังว่าทุกคนจะอ่านจนจบ