นักแสดงเกาหลีเล่าเรื่องสุดซึ้งถึงการเลี้ยงลูกชายที่เป็น ADHD


นักแสดงสาวชาวเกาหลี Jung Young Ju ได้มาเปิดใจเล่าถึงประสบการณ์การเลี้ยงลูกชายที่ต้องเผชิญกับความท้าทายไม่เหมือนใคร เพราะลูกชายของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ADHD ตั้งแต่เด็ก
ในรายการ Malja Show ทางช่อง KBS 2TV ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 7 กันยายน Jung Young Ju ได้มาเป็นแขกรับเชิญและย้อนวันวานถึงช่วงเวลาที่ลูกชายของเธอกำลังเติบโต
Jung เล่าว่า “ลูกชายของฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) ตั้งแต่เขายังเด็กค่ะ เพราะมันไม่ใช่คำจำกัดความทางการแพทย์ที่ชัดเจน มันเลยมีความก้ำกึ่งอยู่บ้าง สิ่งนี้บางครั้งก็ทำให้เกิดความไม่สบายใจในการใช้ชีวิตในสังคม และคนรอบข้างก็มักจะมีมุมมองเชิงลบเมื่อเห็นแบบนั้น”
เธอยังเล่าต่อว่า “แต่คนที่ต้องอยู่ใกล้ชิดและดูแลเขามากที่สุดก็คือแม่นี่แหละค่ะ เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเขาจะวิ่งพรวดพราดไปตรงทางม้าลายเมื่อไหร่ ฉันเคยต้องใส่สายจูงให้เขาเหมือนที่ใส่ให้สุนัขตัวใหญ่ๆ เลยนะตอนที่เลี้ยงเขา”
เธอยังเสริมอีกว่า “เวลาที่ความคิดของเขาไม่ตรงกับความคิดทั่วๆ ไป มันก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งทางความคิดและอารมณ์ที่อาจจะบานปลายกลายเป็นการทะเลาะครั้งใหญ่ได้” เธอบอกเล่าถึงความยากลำบากที่เจอมา
ถึงแม้จะเจอเรื่องราวมากมาย แต่ Jung ก็เผยว่าเธอพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะทำความเข้าใจลูกชายของเธอ “ฉันจัดการคนเดียวไม่ไหวหรอกค่ะ เวลาที่มีที่ปรึกษา ฉันก็จะไปขอคำแนะนำและศึกษา เราคุยกัน ถกเถียงกันไม่รู้จบ บางครั้งก็แก้ปัญหาไม่ได้ก็ต้องปล่อยไป แต่ส่วนใหญ่ฉันก็จะพยายามฟังสิ่งที่ลูกอยากจะพูด” เธออธิบาย
Jung ยังได้แชร์ถึงการพยายามทำความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา “เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือตอนที่ลูกชายฉันอายุเจ็ดขวบ ฉันกำลังเผชิญกับความล้มเหลวส่วนตัวและกำลังแย่มาก แล้วเขาก็เอาผ้าเช็ดหน้าเปื้อนๆ มาให้ แล้วพูดว่า ‘แม่ครับ มีอะไรเข้าตาแม่’ แล้วก็เช็ดให้ฉันค่ะ ตอนนั้นฉันรู้สึกตัวขึ้นมาเลย ฉันรู้สึกมีแรงบันดาลใจและเรียนรู้จากเขา และนั่นก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนในการเลี้ยงดูเขา”
เธอยังเล่าถึงอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งใหญ่ที่ลูกชายของเธอประสบเมื่อตอนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 2 ตอนนั้นเขากำลังขี่จักรยานแล้วเกิดอุบัติเหตุจนกระดูกเบ้าตาแตก ต้องเย็บถึง 1,400 เข็มเลยทีเดียว
“ตอนนั้นเขาต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน แต่เขาก็เป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะปลอบใจฉันได้ในบางครั้ง” เธอกล่าว เธอประทับใจในความมุ่งมั่นของลูกชายเป็นพิเศษ โดยสังเกตว่าเขาไม่เคยหยุดฝึกบีทบ็อกซ์ที่เขาสนใจเลย แม้กระทั่งตอนที่ฟันหลุดไปแล้วก็ตาม
“ฉันคิดว่าถ้าเป็นฉันในสถานการณ์นั้น ฉันคงยอมแพ้ไปแล้ว แต่เขายังคงทำต่อไปแม้จะไม่มีฟัน” เธอกล่าว “ฉันไม่คิดว่าฉันเคยมีแพชชั่นกับอะไรที่ทำมากขนาดนั้นเลยค่ะ ฉันเลยได้รับแรงบันดาลใจจากลูกของฉันจริงๆ” เธอยังเสริมอีกว่า “ตอนนี้เขาได้ย้ายออกไปอยู่เองแล้ว ใช้ชีวิตอิสระ และยังคงทำกิจกรรมทางดนตรีได้ดีอยู่ค่ะ”