Tunexx กับก้าวใหม่: จากเจ็ดเป็นหนึ่ง พร้อมลุยเวทีใหญ่ระดับโลก!



Tunexx วงน้องใหม่สุดฮอตกำลังเรียนรู้ที่จะรวมใจเป็นหนึ่งเดียว! ตอนที่ถูกถามว่าอยากให้คนจดจำพวกเขาในฐานะวงแบบไหน สมาชิกทั้งเจ็ดคนก็ตอบติดตลกพร้อมกันว่า “Ultra Legend Super Tunexx” ทำเอาห้องสัมภาษณ์ฮากระจายเลยทีเดียว นี่แหละคือภาพของวงที่เพิ่งเริ่มต้นแต่ก็เริ่มเข้าขากันมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่อยอดความคิดกันได้แบบไหลลื่นสุดๆ
การเติบโตนี้แหละที่เป็นหัวใจสำคัญของมินิอัลบั้มชุดที่สอง “Blue Mode” ซึ่งเป็นผลงานแรกของ Tunexx นับตั้งแต่เดบิวต์เมื่อเดือนมีนาคม และเป็นครั้งแรกที่สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงของตัวเองมากขึ้น
จากมินิอัลบั้มเดบิวต์ “Set By Us Only” ที่นำเสนอเจ็ดตัวตนที่แตกต่างกัน “Blue Mode” กลับมาเน้นที่การรวมตัวกันของตัวตนเหล่านั้นผ่านความสัมพันธ์และประสบการณ์ร่วมที่สมาชิกได้สร้างมาด้วยกันในฐานะทีม
คอนเซ็ปต์หลักของอัลบั้มนี้คือ “frequency” หรือ “คลื่นความถี่” ซึ่งมีรากฐานมาจากแนวคิด “tune” ของ Tunexx และสมาชิกใช้คำนี้เพื่ออธิบายความเป็นปัจเจกบุคคลที่ไม่เหมือนใครของแต่ละคน
“เส้นทางของเรานับจากนี้ไปคือการที่ Tunexx และแฟนๆ ของเรา Tuewin จะยังคงจูนเข้าหากันต่อไป” Donggyu หัวหน้าวงให้สัมภาษณ์กับ The Korea Herald “ถ้าอัลบั้มแรกของเราแสดงถึง ‘frequency’ ส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน อัลบั้มนี้ก็คือการที่คลื่นความถี่เหล่านั้นมารวมกัน และจับเอาความตื่นเต้นและความสุขที่เกิดขึ้นจากสิ่งนั้นมานำเสนอ”
การเปลี่ยนผ่านจาก “ฉัน” เป็น “พวกเรา” นี้ยังส่งผลต่อแนวเพลงด้วย “Blue Mode” ห่างไกลจากซาวด์ไฮบริดที่หนักหน่วงของ “Set By Us Only” โดยหันมาใช้ R&B, trap soul และ UKG house เพื่อสำรวจเรื่องราวของความเชื่อมโยงและประสบการณ์ร่วม
Donggyu บอกว่า “เราอยากให้อัลบั้มนี้แตกต่างจากสิ่งที่เราเคยปล่อยออกมา เราอยากจะแสดงให้เห็นว่า Tunexx สามารถทำเพลงได้หลากหลายแนวมากๆ”
สมาชิกยังเข้ามามีบทบาทเบื้องหลังมากขึ้นด้วย ห้าในเจ็ดคนมีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลง รวมถึง Inhu และ Taira ที่ได้รับเครดิตการเขียนเพลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน “Blue Mode” ส่วน Donggyu, Zeon และ Sihwan ก็ฝึกฝนการแต่งเพลงมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กฝึกแล้ว
Inhu เล่าว่า “ตอนที่ผมไม่แน่ใจว่าเนื้อเพลงของผมสมเหตุสมผลไหม หรือสัมผัสคล้องจองกันหรือเปล่า สมาชิกคนอื่นๆ ก็ช่วยผมเยอะมากครับ เราคิดกันตลอดว่าจะแสดงข้อความของเราอย่างจริงใจและทำให้คนฟังเข้าถึงได้ง่ายๆ ได้ยังไง”
จิตวิญญาณแห่งการร่วมมือนี้ไม่ใช่ประสบการณ์แรกของการเติบโตไปด้วยกันของวง ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเขียนเนื้อเพลง สมาชิกหลายคนเคยผ่านประสบการณ์สำคัญในอาชีพของพวกเขามาแล้ว
สมาชิกสี่คน ได้แก่ Donggyu, Inhu, Sihwan และ Arctic เคยเป็นที่รู้จักจากรายการเซอร์ไววัล “Boys II Planet” มาก่อน ซึ่งพวกเขาบอกว่าประสบการณ์นั้นผลักดันให้พวกเขาได้มองตัวเองอย่างจริงใจมากขึ้น
“ถ้ามีโอกาสให้ทำอีกครั้ง ผมจะตอบตกลงทันทีเลยครับ ประสบการณ์นั้นมีความหมายกับผมมากจริงๆ” Donggyu ผู้ที่จบอันดับที่ 15 ในรายการ พลาดการเดบิวต์ในไลน์อัพแปดคนไปอย่างหวุดหวิดกล่าว “รายการทำให้ผมต้องมองตัวเองอย่างเป็นกลางมากขึ้น ผมรู้ว่ามีบางอย่างที่ผมคิดว่าตัวเองทำได้ดี แต่ก็ยังต้องปรับปรุง และผมก็ได้ค้นพบจุดแข็งที่ผมไม่เคยรู้ว่ามีมาก่อนด้วย”
บทเรียนเหล่านั้นก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตร่วมกันของวง Zeon บอกว่าสมาชิกได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนร่วมทีมในรายการ โดยนำข้อเสนอแนะและมุมมองต่างๆ กลับมาแบ่งปันกัน
ผ่านมาหกเดือนในเส้นทางอาชีพ สมาชิกบอกว่าการเติบโตนี้ก็เห็นได้ชัดบนเวทีด้วย
Sungjun เล่าว่า “เมื่อมองย้อนกลับไปตอนโปรโมทเดบิวต์กับตอนนี้ เราเริ่มสังเกตเห็นว่าเราแสดงด้วยความมั่นใจมากขึ้นกว่าเมื่อหกเดือนที่แล้วครับ เรารู้สึกผ่อนคลายบนเวทีมากขึ้น แม้กระทั่งตอนเตรียมตัวสำหรับการแสดง เราหวังว่าจะรักษาความมั่นใจนี้ไว้ในขณะที่เราเติบโตในฐานะศิลปินต่อไป”
ตอนนี้ความทะเยอทะยานของพวกเขาขยายไปไกลกว่าเกาหลีแล้ว โดยมีเป้าหมายคือ Tokyo Dome ในญี่ปุ่น, Coachella และ Billboard Live ที่พวกเขาหวังจะได้ไปยืนอยู่บนเวทีเหล่านั้น
แต่สุดท้ายแล้ว Tunexx ก็อยากเป็นที่รู้จักไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาไปแสดงที่ไหน แต่เป็นเพราะสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ต่างหาก
Taira กล่าวว่า “เวลาคนมองมาที่เรา เราอยากให้พวกเขาคิดว่าเราไม่มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องเลย เราเป็นวงที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การร้อง หรือการแสดง เราอยากจะเป็นวงที่ถูกจดจำว่าสามารถทำได้ทุกอย่างครับ”