ตลาด K-Pop ครึ่งปีแรก 2026: ยอดดิจิทัลลดฮวบ แต่ยอดขายอัลบั้มพุ่งกระฉูด!


ตลาดเพลงเกาหลีใต้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เผยให้เห็นภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยทีเดียว! ในขณะที่ยอดการฟังเพลงดิจิทัลกลับลดลง แต่ยอดขายอัลบั้มจริงกลับพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการบริโภคเพลงที่ต่างกันระหว่างผู้ฟังทั่วไปกับแฟนคลับตัวยง
ข้อมูลจาก Circle Chart เปิดเผยว่า ยอดรวมการใช้งานเพลงดิจิทัล Top 400 ลดลงไป 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แถมเมื่อดูเป็นรายเดือนก็เห็นแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งเดือนมกราคมที่ลด 5.2% และเดือนพฤษภาคมที่ลด 2.3% ชัดเจนเลยว่าตลาดดิจิทัลกำลังหดตัวลงนะ
ที่น่าสนใจคือ เพลงที่ติดอันดับสูงสุดกลับไม่ใช่เพลงใหม่แกะกล่อง แต่เป็นเพลงเก่าที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง อย่างเพลง “Landing in Love” ของ Hanroro จากมินิอัลบั้มที่ออกเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 และเพลง “Good Goodbye” ของ Hwasa ที่ปล่อยเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ต่างก็ขึ้นอันดับต้นๆ ทั้งชาร์ตดิจิทัลและสตรีมมิ่ง แถมศิลปินเดี่ยวและอินดี้อย่าง KiiiKiii และ WOODZ ก็ยังคงทำผลงานได้ดีบนชาร์ต ซึ่งมันบอกเป็นนัยๆ ว่าเพลงที่เพิ่งปล่อยใหม่ๆ อาจจะไม่ได้มีอิทธิพลต่อคนทั่วไปมากเท่าเมื่อก่อนแล้ว
ส่วนเพลงประกอบละครและภาพยนตร์ (OSTs) ที่เคยเป็นตัวขับเคลื่อนความนิยมหลักๆ ก็ลดลงเช่นกัน โดยมีสัดส่วนเพียง 6.4% ของ Circle Chart ในครึ่งปีแรก ลดลง 1.6% จากปีที่แล้ว สะท้อนว่าอิทธิพลของ OSTs บนชาร์ตดิจิทัลก็ลดลงไปด้วย
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญ นักข่าวเพลง Kim Jinwoo อธิบายว่า YouTube Music ที่กำลังมาแรงในเกาหลีใต้ทำให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในประเทศมียอดผู้ใช้งานลดลง ประกอบกับความสนใจจากคนทั่วไปที่ลดลง ก็เลยทำให้ตลาดดิจิทัลซบเซา
ข้อมูลจาก WiseApp และ Retail ยืนยันเรื่องนี้ โดยในเดือนมิถุนายน YouTube Music มีผู้ใช้งานต่อเดือน (MAU) สูงถึง 9.49 ล้านคน ตามมาด้วย Spotify 6.22 ล้านคน และ Melon 5.93 ล้านคน ซึ่ง Melon ที่เคยเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งของเกาหลีในช่วงต้นปี ก็ตกลงมาอยู่อันดับสามรองจากแพลตฟอร์มต่างชาติไปซะแล้ว
แต่ในทางกลับกัน ยอดขายอัลบั้มจริงกลับพุ่งกระฉูด! อัลบั้ม Top 400 ของ Circle Chart มียอดขายรวมประมาณ 53 ล้านยูนิตในครึ่งแรกของปี 2026 ถือเป็นการฟื้นตัวที่น่าทึ่งมากๆ โดยมี BTS เป็นหัวหอกสำคัญกับอัลบั้มคัมแบ็กแบบเต็มวง “Arirang” ที่ขายไปกว่า 4.2 ล้านชุดในครึ่งปีแรก แถมยอดขายสัปดาห์แรกก็ปาไป 4.16 ล้านชุดแล้ว! BTS ยังมีอัลบั้มติด Top 400 ถึง 22 อัลบั้ม กินส่วนแบ่งตลาดไปถึง 10.2% ในฐานะศิลปินเดี่ยว
แต่ยอดขายที่พุ่งขึ้นนี้ไม่ได้มาจาก BTS อย่างเดียวเท่านั้นนะ! ศิลปินอื่นๆ อย่าง ENHYPEN, BLACKPINK, และ TOMORROW X TOGETHER ก็ทำยอดขายได้ดีเช่นกัน ส่วนน้องใหม่ CORTIS กับอัลบั้ม 'GREENGREEN' ก็ทำยอดขายสัปดาห์แรกไปได้ประมาณ 2.31 ล้านชุด มีถึง 14 วงที่ทำยอดขายทะลุหนึ่งล้านชุดในการเปิดตัวครั้งแรก รวมกันแล้วประมาณ 22.6 ล้านยูนิต เรียกได้ว่าการคัมแบ็กครั้งใหญ่และการเพิ่มจำนวนสินค้าเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดเลยทีเดียว
การที่ตลาดหันมาเน้นยอดขายอัลบั้มจริงมากขึ้น ก็ส่งผลต่อกลยุทธ์การผลิตและการตลาดของค่ายเพลงด้วยนะ เพราะเพลงดิจิทัลสร้างรายได้ไม่แน่นอนเท่าเมื่อก่อน บริษัทต่างๆ เลยหันมาเน้นสร้างฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งเพื่อขับเคลื่อนยอดขายอัลบั้มจริง การออกอัลบั้มหลายเวอร์ชันพร้อมโฟโต้การ์ดที่แตกต่างกัน และการแถมตั๋วงานแฟนไซน์ ก็กลายเป็นกลยุทธ์มาตรฐานในการเพิ่มยอดขายสัปดาห์แรกไปแล้ว
แม้จะประสบความสำเร็จขนาดนี้ แต่ก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนและความหลากหลายของโครงสร้างตลาดปัจจุบันอยู่ ศิลปินเดี่ยวและอินดี้อย่าง Hanroro, Hwasa และ Car, the Garden ยังคงทำผลงานได้ดีบนชาร์ตดิจิทัล ซึ่งยืนยันถึงความนิยมที่ยังคงมีอยู่ แต่ฐานแฟนคลับที่เล็กกว่าทำให้พวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนความสำเร็จจากการสตรีมดิจิทัลไปเป็นยอดขายอัลบั้มจริงหรือรายได้อื่นๆ ได้มากนัก ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความหลากหลายของระบบนิเวศทางดนตรี
การที่ตลาดอัลบั้มจริงพึ่งพาการคัมแบ็กของศิลปินดังๆ มากเกินไป ก็ทำให้เกิดความผันผวนได้ง่าย อย่างเช่น ยอดขายอัลบั้มที่ลดลง 18.8% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน ก็สะท้อนถึงความผันผวนที่เชื่อมโยงกับตารางการคัมแบ็กของศิลปินนั่นเอง โมเดลนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาความเหนื่อยล้าของแฟนคลับ และความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมจากการผลิตอัลบั้มที่มากเกินไป ซึ่งชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยปริมาณเพียงอย่างเดียว
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเน้นย้ำว่า เพื่อให้ตลาดเพลงมีเสถียรภาพและสุขภาพดี จำเป็นต้องขยายรูปแบบรายได้ให้มากกว่าแค่การเพิ่มยอดขายอัลบั้ม การหาวิธีใหม่ๆ ในการดึงดูดทั้งแฟนคลับตัวยงและคนทั่วไปให้บริโภคเพลงอย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี