Dayoung วง WJSN เผยเรื่องราวชีวิตวัยเด็กสุดหิน ที่ทำให้เธอต้องโตเป็นผู้ใหญ่เร็วเกินวัย



Dayoung สมาชิกวง WJSN ได้มาเปิดใจเล่าเรื่องราวเบื้องหลังชีวิตวัยเด็กที่ผ่านมาอย่างยากลำบาก และเหตุผลที่ทำให้เธอต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าคนอื่น
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม Dayoung ได้ไปร่วมรายการ Playlist 109 ทางช่อง MBC และได้แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวและชีวิตในวัยเด็กของเธอ
Dayoung เล่าว่าตอนเด็กๆ หลังเลิกเรียน เธอไม่ได้กลับบ้านทันที แต่จะตรงไปที่ร้านอาหารที่คุณแม่เปิด เพื่อช่วยงาน
เมื่อ Lee Seok Hoon ถามว่า "ตอนเด็กๆ ไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเหรอครับ?" Dayoung ตอบว่า "ตอนเด็กๆ หนูคิดเสมอว่าไม่อยากเป็นภาระให้แม่ และอยากรู้ว่าหนูจะช่วยอะไรแม่ได้บ้าง"
เธอค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวครอบครัวว่า "ครอบครัวเราเป็นครอบครัวผสมค่ะ คุณพ่อคนปัจจุบันของหนูคือคุณพ่อเลี้ยง" พร้อมเสริมว่า "พ่อแม่แท้ๆ ของหนูหย่ากันตอนหนูอายุ 7 ขวบ"
เธอยังเล่าต่อว่า "คุณพ่อแท้ๆ ทิ้งหนี้ไว้ที่บ้านเยอะมากค่ะ จริงๆ แล้วทั้งหมดเป็นชื่อของคุณแม่"
ตอนนั้นหนี้สินมีมูลค่าหลายสิบล้านวอน Dayoung บอกว่า "คุณแม่ต้องรับผิดชอบทั้งหมดคนเดียวค่ะ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก แต่ตอนนั้นหลายสิบล้านวอนมันรู้สึกท่วมท้นไปหมดเลยค่ะ"
สำหรับ Dayoung ที่อายุแค่ 7 ขวบ นี่คือความจริงที่ยากจะรับไหว เธอเล่าว่า "ตอนอายุ 7 ขวบ การเจอเรื่องแบบนั้นมันเหมือนกับว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่กะทันหันเลยค่ะ หนูคิดว่า 'นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สถานการณ์นี้มันจริงจังมาก'"
ในสายตาของลูกสาวตัวน้อย คุณแม่ของเธอใช้ชีวิตที่ยุ่งกว่าใครๆ Dayoung เล่าว่า "ตั้งแต่ช่วงหนึ่ง คุณแม่เริ่มออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ค่ะ ปรากฏว่านอกจากจะเปิดร้านอาหารแล้ว คุณแม่ยังทำงานอีกอย่างตอนกลางคืนด้วย" และเสริมว่า "หนูเลยอยากช่วยคุณแม่ค่ะ"
การได้เห็นคุณแม่ที่ทำงานหนักอย่างใกล้ชิด ทำให้ Dayoung เติบโตเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าคนส่วนใหญ่ ในฐานะลูกสาวคนเดียว เธอไม่ได้เป็นแค่คนสำคัญสำหรับคุณแม่ แต่บางครั้งก็เป็นเหมือนเพื่อนที่คอยแบ่งปันความรู้สึกกัน
ในรายการ DinDin แสดงความเห็นใจ ถามว่า "คุณแม่ของคุณรู้สึกยังไงตอนที่คุณไปโซลแล้วต้องอยู่คนเดียว?"
Dayoung ไม่ได้ปล่อยให้ความฝันที่จะเป็นนักร้องเป็นแค่ความปรารถนาธรรมดาๆ เธอเล่าถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับคุณแม่ว่า "หนูสัญญากับแม่ว่า 'หนูจะประสบความสำเร็จในฐานะนักร้องและยกระดับครอบครัวของเราให้ได้'" เธอกล่าวเสริมว่า "คุณแม่มองตาหนูแล้วพูดว่า 'โอเค ทำเลย'"