น้องชายนักแสดงดัง Jeon So Min เปิดใจชีวิตจริงที่ต้องสู้เพื่อฝัน แม้พี่สาวจะโด่งดัง




เรื่องราวของ Jeon Wook Min น้องชายของนักแสดงสาวชื่อดัง Jeon So Min กำลังเป็นที่พูดถึงและสร้างความสะเทือนใจให้กับชาวเน็ต เมื่อเขาออกมาเปิดเผยชีวิตจริงที่ต้องทำงานส่งของเพื่อเลี้ยงชีพ พร้อมกับสานฝันการเป็นนักแสดงของตัวเอง
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา Jeon Wook Min ได้โพสต์วิดีโอลงโซเชียลมีเดียพร้อมแคปชั่นว่า “วันนี้ก็วิ่งอีกแล้ว…” ซึ่งในวิดีโอนั้น เขาได้เล่าเรื่องราวชีวิตในฐานะน้องชายของ Jeon So Min และสถานการณ์ปัจจุบันของเขาอย่างตรงไปตรงมา
Jeon Wook Min เล่าว่าเขาเริ่มสนใจการแสดงก็เพราะอิทธิพลจากพี่สาวนี่แหละ “พี่สาวผมเป็นนักแสดงดังครับ ด้วยความที่พี่สาวผมดัง ผมก็ได้ออกรายการหลายครั้ง” เขากล่าว “ผมก็เลยฝันอยากเป็นนักแสดงเหมือนกัน”
การได้เห็นเส้นทางอาชีพของพี่สาวอย่างใกล้ชิด ทำให้เขาเชื่อว่าตัวเองก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก “ตอนนั้นมองดูแล้วรู้สึกว่ามันใกล้แค่เอื้อมเลยครับ ผมเลยคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้ดี” แต่แล้วเขาก็ต้องยอมรับว่าความเป็นจริงในวงการบันเทิงมันยากกว่าที่คิดไว้เยอะ “กำแพงแห่งความเป็นจริงมันสูงและหนากว่าที่ผมจินตนาการไว้มากครับ”
ตอนนี้ Jeon Wook Min อายุ 38 ปีแล้ว เขาเปิดใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองว่า “ผมอายุ 38 แล้วครับ เกือบจะ 40 แล้ว ไม่มีอาชีพที่หรูหราหรือเงินเก็บเลย”
เขายังได้ชี้แจงชัดเจนถึงความเข้าใจผิดที่ว่าการเป็นน้องชายของนักแสดงดังจะต้องมีฐานะดี “คนรอบข้างคิดว่าผมมีเงินเยอะเพราะพี่สาวผมเป็นดาราครับ แต่เงินนั้นมันไม่เกี่ยวกับผมเลยครับ มันเป็นเงินของพี่สาวผมทั้งหมด เป็นเงินที่เธอหามาได้” เขาย้ำถึงความแตกต่างนี้
ปัจจุบัน Jeon Wook Min ทำงานส่งของเพื่อเลี้ยงดูตัวเองไปพร้อมๆ กับการเดินตามความฝันในการเป็นนักแสดง เขาไม่ได้ทิ้งความฝัน แต่เลือกที่จะพึ่งพาตัวเองและรอคอยโอกาส
“ผมทำงานส่งของเพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่ผมอยากทำครับ บางครั้งก็รู้สึกอายนะ อายุขนาดนี้แล้วยังมาทำงานส่งของ—มันพูดยากครับ” เขายอมรับถึงความจริงที่ต้องดิ้นรนสร้างชีวิตของตัวเองภายใต้เงาของพี่สาวที่เป็นนักแสดงดัง
ถึงแม้จะเจออุปสรรค แต่ Jeon Wook Min ก็ยังคงแสดงความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน “คนรอบข้างบอกว่ามันสายเกินไปแล้วครับ ‘ช่วงเวลาที่คุณคิดว่ามันสายเกินไปคือตอนที่มันสายเกินไปจริงๆ’ แต่ก็มีอีกคำกล่าวที่ตรงกันข้ามว่า ‘ช่วงเวลาที่คุณคิดว่ามันสายเกินไปคือช่วงเวลาที่เร็วที่สุดในการเริ่มต้น’ ผมเชื่ออย่างหลังครับ ผมก็เลยวิ่งต่อไปในวันนี้”
การตัดสินใจที่จะท้าทายตัวเองอีกครั้ง แม้จะใกล้เข้าเลขสี่และต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่หนักหน่วงนี้ ทำให้ชาวเน็ตทั้งรู้สึกเห็นใจและส่งกำลังใจให้เขาอย่างล้นหลามเลยทีเดียว