หุ้น HYBE ร่วงหนัก! ราคาดิ่งเหว ฉุดมูลค่าทรัพย์สิน Bang Si Hyuk หายไปเป็นล้านล้านวอน






เกิดเรื่องไม่คาดฝันกับ HYBE เมื่อราคาหุ้นดิ่งฮวบ สร้างความปวดหัวให้นักลงทุนไม่น้อยเลยทีเดียว จากที่เคยพุ่งสูงถึง ₩410,000 (ประมาณ $293 USD) ตอนนี้กลับร่วงลงมาเหลือแค่ ₩160,000 (ประมาณ $114 USD) และยังทำสถิติต่ำสุดใหม่ต่อเนื่อง
การร่วงลงของราคาหุ้นครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Bang Si Hyuk ประธานของ HYBE ด้วย เพราะมูลค่าหุ้นส่วนตัวของเขาหายไปกว่า ₩1 ล้านล้าน (ประมาณ $714 ล้าน USD) เลยนะ! สถาบัน Korea CXO Institute ที่วิเคราะห์การถือครองหุ้นของผู้นำกลุ่มบริษัทใหญ่ 46 แห่งในเกาหลีใต้ เผยว่า Bang Si Hyuk มีมูลค่าหุ้นลดลงมากที่สุดในช่วงไตรมาสที่สอง โดยลดไปถึง ₩1.4058 ล้านล้าน (ประมาณ $1 พันล้าน USD) ในไตรมาสเดียว คิดเป็น 35.8% ซึ่งถือเป็นการลดลงที่เยอะที่สุดในบรรดาผู้ที่ถูกสำรวจ
ที่น่าแปลกใจคือ ก่อนที่หุ้นจะดิ่งขนาดนี้ HYBE เพิ่งจะประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทเลยนะ! ในไตรมาสที่สองของปีนี้ HYBE ทำรายได้ไป ₩1.45 ล้านล้าน (ประมาณ $1.04 พันล้าน USD) และกำไรจากการดำเนินงาน ₩170.9 พันล้าน (ประมาณ $122 ล้าน USD) ซึ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว รายได้เพิ่มขึ้น 105.5% ส่วนกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นถึง 159.3% นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่บริษัทบันเทิงเกาหลีทำรายได้เกิน ₩1 ล้านล้าน และกำไรจากการดำเนินงานเกิน ₩1 แสนล้านในไตรมาสเดียวพร้อมๆ กัน แต่ผลประกอบการที่ปังขนาดนี้ก็ไม่ได้ช่วยหยุดราคาหุ้นที่ร่วงลงได้เลย
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับอนาคตการเติบโตของ HYBE เป็นสาเหตุหลัก โดยเฉพาะความกลัวว่า BTS อาจจะถึงจุดสูงสุดแล้วหลังจากจบทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก ซึ่งหมายถึงกิจกรรมของวงอาจถึงจุดพีคแล้วและจะเริ่มชะลอตัวลง ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง แม้ว่ากิจกรรมของ BTS แบบเต็มวงจะช่วยให้ HYBE ทำผลงานได้ดีเป็นประวัติการณ์ แต่ก็มีนักลงทุนบางส่วนเริ่มตั้งคำถามว่าบริษัทจะรักษาระดับการเติบโตแบบนี้ได้หรือไม่เมื่อกิจกรรมหลักของวงเริ่มชะลอตัวลง
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังกังวลเกี่ยวกับผลกำไรจากธุรกิจคอนเสิร์ตของ HYBE ด้วย แม้ว่าคอนเสิร์ตของ BTS จะเพิ่มรายได้โดยรวมของบริษัท แต่ก็มีรายงานว่ากำไรจากส่วนธุรกิจคอนเสิร์ตยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งต้องปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้น HYBE ลง
การตกต่ำของ HYBE ยังสร้างความกังวลในภาพรวมของอุตสาหกรรม K-Pop ด้วย เพราะยอดขายอัลบั้มซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทบันเทิงก็เริ่มชะลอตัวลง ขณะที่ตลาดหุ้นหันไปสนใจหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้ความคาดหวังต่อผลประกอบการและราคาหุ้นของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่อื่นๆ ก็ลดลงตามไปด้วย
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ HYBE ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการสอบสวนข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับ Bang Si Hyuk ที่ถูกกล่าวหาว่าทำให้เข้าใจผิดต่อนักลงทุนให้ขายหุ้นก่อนที่ HYBE จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย #HYBE #KPOP #หุ้นตก #BangSiHyuk