เอเจนซี่ของ Hwang Jung Min เตือนชาวเน็ต หลังมีคนเข้าใจผิดว่าแฟนคลับเป็นคู่กรณีในคดีความ

เกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้นมาอีกแล้ว เมื่อเอเจนซี่ของนักแสดง Hwang Jung Min ต้องออกมาประกาศเตือน หลังมีคนไปเข้าใจผิด คิดว่าแฟนคลับคนหนึ่งเป็นคู่กรณีในคดีความที่นักแสดงกำลังเผชิญอยู่
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา SEM Company ต้นสังกัดของ Hwang Jung Min ได้ออกมายืนยันว่า มีการเผยแพร่ความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม คำหยาบคาย และการคาดเดาที่ไม่มีมูลความจริง พุ่งเป้าไปที่แฟนคลับธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้เลยแม้แต่น้อย
เอเจนซี่เน้นย้ำชัดเจนเลยว่า คนที่กำลังถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ตอนนี้เป็นเพียงแฟนคลับของ Hwang Jung Min เท่านั้น ไม่ใช่คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสตอล์กเกอร์ในคดีความที่กำลังดำเนินอยู่
ทางเอเจนซี่บอกว่า “กระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินอยู่ การคาดเดาที่ไม่มีมูลความจริงและการโจมตีส่วนตัวที่พุ่งเป้าไปที่บุคคลที่ไม่ได้รับการยืนยัน อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผู้บริสุทธิ์ได้”
SEM Company ได้ขอให้ชาวเน็ตหยุดโพสต์ความคิดเห็นที่คาดเดาไปเองทันที และเตือนว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงการฟ้องร้อง หากใครยังคงเผยแพร่ข่าวลือที่เป็นอันตรายหรือเนื้อหาที่หมิ่นประมาท
เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางคดีความระหว่าง Hwang Jung Min และบุคคลที่ระบุเพียงแค่ A โดยฝ่าย Hwang Jung Min ยืนยันว่า A ก่อเหตุสะกดรอยตาม (stalking) แต่ A โต้แย้งว่าความสัมพันธ์เป็นแบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ทำให้เกิดข้อขัดแย้งที่ต้องตัดสินกันตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เอเจนซี่ได้แจ้งว่า Hwang Jung Min ได้ยื่นฟ้องอาญาต่อผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสตอล์กเกอร์ และศาลได้สั่งมาตรการคุ้มครองชั่วคราวกับผู้ต้องสงสัยถึงสามครั้ง และต่อมาได้ออกคำสั่งให้ปรับเป็นเงิน 3 ล้านวอน (ประมาณ 2,100 ดอลลาร์สหรัฐ) หลังจากยอมรับข้อหาสะกดรอยตาม
อย่างไรก็ตาม A ได้คัดค้านคำสั่งปรับและขอให้มีการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ บุคคลดังกล่าวยังได้ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจาก Hwang Jung Min เป็นเงิน 200 ล้านวอน (ประมาณ 139,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม Dispatch รายงานว่า A เคยเป็นแฟนคลับตัวยงของนักแสดง และทั้งคู่ได้พบกันสามครั้งระหว่างปี 2023 ถึง 2024 รายงานยังระบุด้วยว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางกายระหว่างพวกเขา
หลังจากรายงานนี้ออกมา การคาดเดาเกี่ยวกับตัวตนของ A ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องถูกเผยแพร่ไปทั่ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้บริสุทธิ์อีก SEM Company จึงบอกว่าจะเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป