Jeon Jong Seo เตรียมคัมแบ็กจอเงินและจอแก้วในหนังแฟนตาซี 'SHAVING' ของ Netflix พร้อมลุ้น Lee Joon Gi รับบทตัวร้าย!





แฟนๆ เตรียมเฮ! เพราะมีข่าวดีว่านักแสดงสาวฝีมือจัดจ้าน Jeon Jong Seo กำลังจะกลับมาสร้างความตื่นเต้นให้เราได้ชมกันอีกครั้ง ทั้งในจอเงินและจอแก้ว หลังมีรายงานว่าเธอได้รับข้อเสนอให้มารับบทนำหญิงในภาพยนตร์ออริจินัลของ Netflix เรื่อง 'SHAVING'
ตามรายงานของ Sports Seoul เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม Jeon Jong Seo ได้รับบทเป็น Ahai ตัวละครหลักหญิงที่จะขับเคลื่อนเรื่องราวใน 'SHAVING' ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ Netflix หมายมั่นปั้นมือมากๆ ตอนนี้เธอกำลังเตรียมตัวสำหรับโปรเจกต์นี้อยู่ ทางต้นสังกัด Andmarq ก็ออกมายืนยันแล้วว่า “เธอได้รับข้อเสนอและกำลังพิจารณาในเชิงบวก”
ที่น่าสนใจคือ ตอนแรกทีมงานใช้เวลาค่อนข้างนานกับการออดิชั่นทั่วประเทศเพื่อหานักแสดงหน้าใหม่มารับบท Ahai แต่สุดท้ายแล้ว เพื่อให้บทภาพยนตร์แข็งแกร่งและมีมิติทางอารมณ์มากขึ้น บทนี้จึงถูกส่งไปให้ Jeon Jong Seo และดูเหมือนว่าการพูดคุยก็เป็นไปในทางที่ดี ทำให้โปรเจกต์นี้เดินหน้าไปอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว
'SHAVING' เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ของ Netflix ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานโดแกบี (ก็อบลิน) ของเกาหลี แต่ถูกนำมาตีความใหม่ในแบบแฟนตาซียุคใหม่
โปรเจกต์นี้สร้างความฮือฮาในวงการตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะเป็นผลงานใหม่จาก Onda Works สตูดิโอที่เคยสร้างภาพยนตร์ประวัติศาสตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง 'The King's Warden' ที่กวาดรายได้ถล่มทลาย มีผู้ชมถึง 12.3 ล้านคน และกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของเกาหลีใต้
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะกำกับโดย Ahn Tae Jin ผู้ที่เคยฝากผลงานระทึกขวัญอย่าง 'The Night Owl' และกำลังจะมีผลงานเรื่อง 'Signal 2' ส่วนนักแสดงหนุ่ม Kim Do Hoon ก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะมารับบทนำในเรื่องนี้ และที่น่าจับตาคือ Lee Joon Gi มีข่าวลือว่ากำลังพิจารณาบทบาทตัวร้ายหลักของเรื่องด้วย
ความน่าสนใจเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะผู้กำกับ Ahn Tae Jin เคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในภาพยนตร์เรื่อง 'The King and the Clown' ซึ่งเป็นผลงานที่ส่งให้ Lee Joon Gi โด่งดังเป็นพลุแตก แฟนๆ เลยลุ้นกันหนักมากว่าทั้งคู่จะได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในฐานะผู้กำกับและนักแสดงนำในโปรเจกต์ประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญนี้หรือไม่
ยิ่งได้ Jeon Jong Seo ที่มีสไตล์การแสดงที่เป็นเอกลักษณ์และกล้าหาญมาร่วมทีมด้วยแล้ว ความคาดหวังว่าเธอจะนำอะไรใหม่ๆ มาสู่ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์นี้ก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก
Jeon Jong Seo แจ้งเกิดอย่างงดงามในปี 2018 จากภาพยนตร์ 'Burning' ของผู้กำกับ Lee Chang Dong ที่ได้รับคำวิจารณ์ยอดเยี่ยม ภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอพาเธอไปถึงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และยังคว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจาก Asian Film Critics Association มาครอง
เธอตอกย้ำฝีมือในปี 2021 ด้วยภาพยนตร์ระทึกขวัญจิตวิทยาของ Netflix เรื่อง 'The Call' ที่การแสดงอันน่าขนลุกของเธอในบทฆาตกรต่อเนื่องทำให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากงาน Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 57 และ Buil Film Awards ครั้งที่ 30
หลังจากนั้น Jeon Jong Seo ก็โชว์ความสามารถรอบด้านอย่างต่อเนื่อง เธอแสดงในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ 'Nothing Serious' นำแสดงในภาพยนตร์แอคชั่นแก้แค้นของ Netflix เรื่อง 'Ballerina' และยังขยายขอบเขตงานแสดงของเธอไปในโปรเจกต์ต่างๆ เช่น 'Money Heist: Korea – Joint Economic Area' ของ Netflix, 'Bargain' ของ TVING, 'Wedding Impossible' ของ tvN และซีรีส์ประวัติศาสตร์ 'Queen Woo' ของ TVING
ตารางงานของเธอยังคงแน่นเอี๊ยดในปีนี้ หลังจากพลิกบทบาทครั้งใหญ่ในภาพยนตร์ 'Project Y' เธอก็ยืนยันร่วมแสดงในภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวลึกลับ 'Rock' และภาพยนตร์แอคชั่นบล็อกบัสเตอร์ของฮอลลีวูดเรื่อง 'Highlander' ซึ่งเป็นการขยายเส้นทางอาชีพสู่ระดับโลกอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ Kim Do Hoon ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะมารับบทนำใน 'SHAVING'
Kim Do Hoon เดบิวต์ในปี 2016 ในภาพยนตร์อิสระเรื่อง 'Following' ก่อนจะสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องทั้งบทสมทบและบทนำ เขาปรากฏตัวในละคร 'Man in the Kitchen' ของ MBC และเดบิวต์ในภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ในฐานะนักแสดงนำใน 'Gate' ก่อนจะรับบท Yoo Jin ใน 'My Absolute Boyfriend' ของ tvN
แต่ผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือซีรีส์ฮิตระดับโลกของ Disney+ อย่าง 'Moving' ในปี 2023
ในบท Lee Kang Hoon ประธานนักเรียนผู้มีระเบียบวินัยของโรงเรียนมัธยมจองวอน Kim Do Hoon ได้รับคำชมอย่างมากในการแสดงที่ถ่ายทอดทั้งความเปราะบางทางอารมณ์และความมุ่งมั่นเงียบๆ ของตัวละครวัยรุ่น ฉากแอคชั่นที่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก และเรื่องราวพ่อลูกที่เต็มไปด้วยอารมณ์กลายเป็นจุดเด่นในช่วงท้ายของซีรีส์
การพลิกโฉมครั้งใหญ่เพื่อบทบาทนี้ รวมถึงการลดไขมันในร่างกายอย่างเข้มข้น ประกอบกับความแตกต่างที่โดดเด่นระหว่างบุคลิกที่สงวนท่าทีในจอและบุคลิกที่ร่าเริงในชีวิตจริง ยิ่งทำให้เขาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ต้องขอบคุณความสำเร็จทั่วโลกของ 'Moving' ที่ทำให้ Kim Do Hoon กลายเป็นหนึ่งในนักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดของเกาหลี
ส่วนนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง Lee Joon Gi ที่มีข่าวว่าได้รับข้อเสนอให้รับบทตัวร้ายหลักของเรื่อง ก็ยังคงเป็นหนึ่งในนักแสดงซีรีส์ประวัติศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเกาหลีใต้
อาชีพของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาลจากภาพยนตร์ฮิตถล่มทลายในปี 2005 เรื่อง 'The King and the Clown'
Lee Joon Gi ได้รับบท Gong Gil หลังจากผ่านการออดิชั่นที่ว่ากันว่ามีผู้สมัครมากถึง 2,000-3,000 คน ในการออดิชั่นรอบสุดท้าย เขาได้แสดงการตีลังกาแบบแยกขาในฉากการแสดงของตัวตลก ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้สร้างภาพยนตร์อย่างมาก
'The King and the Clown' เข้าฉายเพียง 250 โรงภาพยนตร์ แต่กลับดึงดูดผู้ชมได้ถึง 12.3 ล้านคน กลายเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เกาหลี ภาพยนตร์เรื่องนี้จุดประกายปรากฏการณ์ “หนุ่มหน้าสวย” ทั่วประเทศ และส่งให้ Lee Joon Gi กลายเป็นซูเปอร์สตาร์
ต่อมาเขาตอกย้ำสถานะของตัวเองด้วยซีรีส์ฮิตมากมาย เช่น 'Time Between Dog and Wolf', 'Iljimae', 'Two Weeks', 'Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo', 'Flower of Evil' และ 'Again My Life' ซึ่งได้รับคำชมอย่างต่อเนื่องในการผสมผสานการแสดงแอคชั่นที่มีเสน่ห์เข้ากับความลึกซึ้งทางอารมณ์