CORTIS เจอเรื่องปวดหัวอีกแล้ว! สาวจีน 2 คนบุกหอพัก ตำรวจรวบตัวได้ทันควัน


CORTIS ศิลปิน K-pop ชื่อดัง ต้องมาเจอกับเรื่องปวดหัวซ้ำซาก เมื่อมีรายงานว่ามีสาวจีน 2 คนถูกจับกุมข้อหาบุกรุกหอพักของวง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวของศิลปิน K-pop ที่นับวันยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
สถานีตำรวจยงซานในกรุงโซลเปิดเผยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมว่า หญิงชาวจีน 2 คนถูกตั้งข้อหาบุกรุก หลังจากที่พวกเธอพยายามเข้าไปในหอพักของ CORTIS เมื่อเวลาประมาณตี 2 ของวันที่ 23 กรกฎาคม
ผู้จัดการวง CORTIS เป็นคนแจ้งตำรวจ หลังจากที่เจอพัสดุเสียหายอยู่หน้าทางเข้า และประตูหอพักเปิดทิ้งไว้ พอเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ ก็พบสาวทั้งสองคนซ่อนตัวอยู่บนชั้นอื่นของอาคาร และทำการจับกุมตัวไว้ได้
ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องสงสัยให้การกับตำรวจว่า พวกเธอได้ที่อยู่หอพักมาจากการซื้อขายบนโซเชียลมีเดีย แต่พวกเธอก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำลายพัสดุ หรือเข้าไปในส่วนที่พักของเมมเบอร์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ CORTIS ต้องเจอกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ ต้นสังกัดของวงเคยออกมาเตือนว่ามีซาแซงบางคนบุกรุกเข้าไปในที่พักของเมมเบอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังติดเครื่องติดตาม GPS ไว้กับรถของพวกเขาด้วย โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
เคสล่าสุดนี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลว่าการสะกดรอยตามศิลปินนั้นเริ่มมีการจัดตั้งมากขึ้นเรื่อยๆ การที่ผู้ต้องสงสัยอ้างว่าซื้อที่อยู่หอพักออนไลน์ได้ ก็ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการซื้อขายข้อมูลส่วนตัวของศิลปินอย่างผิดกฎหมาย
CORTIS ไม่ใช่ศิลปิน K-pop วงเดียวที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ ปีที่แล้วก็มีหญิงชาวจีนคนหนึ่งถูกจับกุมหลังจากพยายามบุกเข้าไปในบ้านของ Jung Kook สมาชิกวง BTS โดยการกดรหัสประตูซ้ำๆ หลังจากที่เขาปลดประจำการทหารไม่นาน HYBE ต้นสังกัดของ BTS ก็เคยประกาศดำเนินคดีทางกฎหมายกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวของศิลปินในสังกัดหลายครั้ง รวมถึง ENHYPEN ด้วย โดยมีทั้งกรณีบุกรุกหอพัก การถ่ายทำโดยไม่ได้รับอนุญาต และการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวอย่างผิดกฎหมาย
เหตุการณ์ล่าสุดนี้เน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าพฤติกรรมของซาแซงได้พัฒนาไปไกลกว่าแค่การเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้ กลายเป็นพฤติกรรมการสะกดรอยตามที่มีการจัดตั้ง ข้อมูลส่วนตัวอย่างที่อยู่บ้าน รายละเอียดเที่ยวบิน และข้อมูลรถยนต์ มีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และบริการส่งข้อความ ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการสะกดรอยตามที่เข้มงวดขึ้น และการสืบสวนแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหลและเครือข่ายการค้าที่ผิดกฎหมาย