ทำไมเพลง K-pop ถึงมีภาษา Spanish มากขึ้นเรื่อยๆ?




ช่วงนี้ใครสังเกตบ้างว่าเพลง K-pop มีเนื้อร้องภาษา Spanish โผล่มาให้ได้ยินบ่อยขึ้น นั่นก็เพราะค่ายเพลงเกาหลีกำลังมุ่งเป้าไปที่ตลาด Latin America อย่างจริงจังนั่นเอง! 🌍
เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ใหม่ที่ศิลปินหลายวงกำลังทำ ไม่ว่าจะเป็น Le Sserafim ในเพลง “Boompala” ที่มีท่อน “saving the shame for manana (tomorrow)” หรือ Aespa กับเพลง “Lemonade” ที่ใส่คำว่า “muchas gracias mi amor (thank you very much, my love)” เข้าไป ฟังแล้วก็รู้สึกอินตามไปด้วยเลย
ส่วน Ateez นี่จัดเต็มกว่าใครในเพลง “Bad” จาก EP ล่าสุด “Golden Hour: Part 5” มีวลี Spanish เพียบ เช่น “Tu me tienes loco” (เธอทำให้ฉันคลั่ง) และ “La Victoria” (ชัยชนะ) แถมเพลง “Mamacita” ก็มาพร้อมเนื้อร้อง Spanish จังหวะ Flamenco และเครื่องดนตรี Latin แบบจัดเต็ม
จริงๆ แล้วภาษา Spanish ก็เคยปรากฏในเพลง K-pop มาก่อนนะ อย่างเพลงฮิต “Me Gustas Tu” ของ GFriend เมื่อปี 2015 หรือเพลงของ Nmixx เช่น “O.O,” “Dice” และ “Sonar” แต่ที่น่าสนใจคือตอนนี้มันไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ แล้ว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดระดับโลกของ K-pop เลยทีเดียว
สาเหตุหลักๆ ก็คือตลาด K-pop ใน Latin America กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ในขณะที่ตลาดใหญ่อื่นๆ อย่าง China, Japan และ Southeast Asia เริ่มมีการแข่งขันสูงขึ้น ค่ายเพลงเลยมองหาแหล่งเติบโตใหม่ๆ ซึ่ง Latin America นี่แหละคือคำตอบ เพราะมีแฟนคลับ K-pop ที่เหนียวแน่นมานานแล้ว แต่กลับไม่ค่อยได้รับการโปรโมทหรือกิจกรรมจากศิลปินเท่าที่ควร
แถมช่วงนี้ยอดขายอัลบั้ม K-pop ทั่วโลกก็มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย จาก 115 ล้านชุดในปี 2023 เหลือ 85 ล้านชุดในปี 2025 (ตามข้อมูลจาก Circle Chart) ทำให้ค่ายเพลงต้องปรับตัว แต่ความต้องการ K-pop ใน Latin America กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนะเออ
ข้อมูลจาก Korea Customs Service ชี้ว่าการส่งออกสื่อบันทึกเสียง (รวมถึงอัลบั้ม K-pop) ไปยังประเทศสำคัญๆ ใน Latin America อย่าง Argentina, Chile และ Brazil เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างปี 2023-2025 โดยเฉพาะ Argentina ที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า จาก 98,000 ดอลลาร์ในปี 2023 เป็น 182,000 ดอลลาร์ในปี 2025 เลยทีเดียว
Lim Hee-yun นักวิจารณ์เพลงบอกกับ The Korea Herald ว่า “ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นบวกกับการโปรโมทที่ยังไม่มากนักใน Latin America ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นตลาดที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์และมีแนวโน้มดีที่สุดของ K-pop”
ค่ายเพลงเลยไม่ได้พึ่งแค่เวิลด์ทัวร์อย่างเดียวแล้ว แต่เริ่มพัฒนาแผนการตลาดที่เข้าถึงท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อสร้างความผูกพันกับแฟนๆ ในภูมิภาคนี้
อย่าง JYP Entertainment และ Live Nation ก็เตรียมจัดเทศกาล “Straycity” ที่มี Stray Kids เป็นตัวชูโรงใน Bogota, Buenos Aires และ Mexico City เดือนกันยายนนี้ แถม Stray Kids ยังจะไปเป็น Headliner ที่งาน Rock in Rio ซึ่งถือเป็นวง K-pop วงแรกที่ได้ขึ้นเวทีใหญ่ขนาดนี้ใน Brazil ด้วยนะ! นอกจากนี้ Ateez, NexZ และ Hwasa ก็จะไปร่วมงาน Rock in Rio ด้วย
ก่อนหน้านี้ Nmixx ก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นวง K-pop วงแรกที่ได้แสดงทั้งในเทศกาล Carnival ที่ Sao Paulo และเทศกาลดนตรี Vina del Mar International Song Festival ที่ Chile ซึ่งพวกเธอไม่ได้แค่แสดงเพลงบางเพลงเป็นภาษา Spanish เท่านั้น แต่ยังสื่อสารกับแฟนๆ ด้วยภาษา Spanish อีกด้วย เจ๋งสุดๆ ไปเลย!
การลงทุนของวงการ K-pop ยังขยายไปไกลกว่าแค่การทัวร์คอนเสิร์ตนะ Hybe เองก็ขยายฐานในภูมิภาคนี้ด้วย Hybe Latin America ที่เปิดตัวบอยกรุ๊ป Latin American ชื่อ Santos Bravos ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามที่จะสร้างรากฐานที่มั่นคงในตลาดนี้ในระยะยาว
Lim เสริมว่า “เมื่อค่ายเพลงให้ความสนใจ Latin America มากขึ้น ภาษา Spanish ก็ไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่นทางภาษาในเนื้อเพลง K-pop อีกต่อไปแล้ว แม้ว่าแฟนๆ ในภูมิภาคนี้จะชื่นชอบเพลงภาษาเกาหลีมานาน แต่การใช้ภาษา Spanish ที่เพิ่มขึ้นก็สะท้อนถึงความพยายามที่จะเชื่อมโยงโดยตรงกับกลุ่มผู้ชมที่เติบโตเร็วที่สุดและกระตือรือร้นที่สุดกลุ่มหนึ่งของวงการ”
เรียกได้ว่า K-pop กำลังเปิดประตูบานใหม่สู่ Latin America อย่างเต็มตัวเลยทีเดียว! 🎶