Source

HYBE เปิดรายงานการจัดการความยั่งยืนประจำปี 2025 เน้นย้ำการพัฒนาเพื่อแฟนๆ ศิลปิน และโลกของเรา

เรียบเรียงโดย: Sooyong0
HYBE เปิดรายงานการจัดการความยั่งยืนประจำปี 2025 เน้นย้ำการพัฒนาเพื่อแฟนๆ ศิลปิน และโลกของเรา

HYBE ได้ฤกษ์ปล่อยรายงานการจัดการความยั่งยืนประจำปี 2025 ออกมาแล้วจ้า ซึ่งนับเป็นปีที่สี่ติดต่อกันที่ค่ายยักษ์ใหญ่แห่งนี้ได้นำเสนอรายงานด้านความยั่งยืนและ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ให้เราได้เห็นกัน

ในรายงานฉบับนี้ HYBE ได้เน้นย้ำถึงสิ่งที่ให้ความสำคัญและผลงานเด่นๆ ด้านการจัดการความยั่งยืนตลอดทั้งปี สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการขับเคลื่อนวงการบันเทิงให้ยั่งยืน และสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับแฟนๆ ศิลปิน พนักงาน พาร์ทเนอร์ และชุมชนต่างๆ

ยกระดับประสบการณ์แฟนคลับให้ฟินกว่าเดิม

HYBE ยังคงให้ความสำคัญกับแฟนๆ เป็นอันดับหนึ่ง และมุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ของแฟนๆ ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ทั่วโลก ในปี 2025 Weverse ได้เปิดตัว Weverse Spot ซึ่งเป็นบริการแบบครบวงจรที่รวบรวมกิจกรรมของแฟนๆ ในคอนเสิร์ตและอีเวนต์ออฟไลน์อื่นๆ ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ง่ายและราบรื่นขึ้นเยอะเลย นอกจากนี้ Weverse Company ยังจัดตั้งหน่วยงานดูแลลูกค้าโดยเฉพาะ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนลูกค้าทั่วโลกและยกระดับคุณภาพการบริการอีกด้วย

ขณะเดียวกัน โปรเจกต์ THE CITY ก็ได้เปลี่ยนจุดหมายปลายทางของคอนเสิร์ตอย่างจาการ์ตา กรุงเทพฯ และลอสแอนเจลิส ให้กลายเป็นโซนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศิลปิน ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของแฟนๆ พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นไปในตัว

ก้าวไปข้างหน้ากับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

HYBE ยังคงเดินหน้าปรับปรุงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของสินค้า Official Merchandise โดยหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างเช่น การนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้ในแท่งไฟของ BTS และมีแผนจะขยายการใช้งานให้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังคงส่งเสริม Weverse Albums ซึ่งเป็นรูปแบบลูกผสมที่รวมการเป็นเจ้าของแบบ Physical เข้ากับเนื้อหาดิจิทัลเป็นหลัก

ไม่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์เท่านั้น โปรเจกต์ Eco Village ของ HYBE ยังสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิภาค Sundarbans ของบังกลาเทศ ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกของ UNESCO โดยการปลูกต้นโกงกางไปแล้วกว่า 462,000 ต้นภายในปี 2025

เสริมสร้างธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม HYBE ได้จัดทำนโยบายและแนวทางการต่อต้านการทุจริต รวมถึงแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการชักชวนที่ไม่เหมาะสมและการให้สินบน

บริษัทยังได้นำแนวทางปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการทำสัญญาช่วงที่เป็นธรรมมาใช้ และให้การสนับสนุนประมาณ 200 ล้านวอน สำหรับอุปกรณ์ความปลอดภัยและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ แก่พาร์ทเนอร์ผู้รับเหมาช่วง เพื่อเสริมสร้างการเติบโตซึ่งกันและกันทั่วทั้งระบบนิเวศทางธุรกิจของบริษัท

เสริมความปลอดภัยทางดิจิทัลและการปกป้องศิลปิน

เพื่อปกป้องข้อมูลของศิลปินและแฟนๆ HYBE ได้อัปเดตนโยบายความปลอดภัยทางดิจิทัลและความเป็นส่วนตัว เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ พร้อมทั้งรักษาอัตราการสำเร็จการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว 100 เปอร์เซ็นต์ในหมู่พนักงาน

บริษัทยังได้เสริมความแข็งแกร่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพเพื่อปกป้องศิลปิน รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อการหมิ่นประมาท การละเมิดความเป็นส่วนตัว และการใช้ Deepfake ในทางที่ผิด ผ่านการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและรายงานที่ได้รับผ่านแพลตฟอร์ม HYBE Protect แบบรวมศูนย์

เพื่อปกป้องสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปิน HYBE ได้ร่วมมือกับ Amazon เพื่อจัดการกับรายการสินค้าลอกเลียนแบบกว่า 92,000 รายการ และมีแผนที่จะขยายความร่วมมือระดับโลกเพื่อต่อต้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

สนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและวัฒนธรรมองค์กร

HYBE ยังคงพยายามสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและน่าสนใจ โดยการนำเสนอโปรแกรมส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและการมีส่วนร่วมของพนักงานเพิ่มเติม

กิจกรรมใหม่ๆ เช่น Culture Day เปิดโอกาสให้พนักงานได้สัมผัสกับดนตรีและศิลปะ ในขณะที่การประชุม Town Hall และโปรแกรมการยกย่องพนักงานส่งเสริมการสื่อสารที่เปิดกว้างและเพิ่มแรงจูงใจ

เพื่อให้มั่นใจถึงระบบการจัดการสุขภาพและความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพในที่ทำงาน HYBE ได้รับการรับรอง ISO 45001 ในขณะที่ศูนย์ดูแลสุขภาพภายในองค์กรให้การสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่ครอบคลุมแก่พนักงาน

สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

HYBE ได้ขยายโครงการสร้างผลกระทบทางสังคมผ่านความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศที่นำโดยศิลปิน

แคมเปญสำคัญในปี 2025 ได้แก่ การที่ SEVENTEEN เป็นทูตสันถวไมตรีเยาวชนคนแรกของ UNESCO เพื่อสนับสนุนการศึกษา, การร่วมมือของ TOMORROW X TOGETHER กับ UNICEF เพื่อสนับสนุนสุขภาพจิตของเด็ก, กิจกรรมบริจาคโลหิตของ ENHYPEN และ BELIFT LAB ร่วมกับสภากาชาดเกาหลี, และการร่วมมือของ BOYNEXTDOOR กับ Save the Children เพื่อสนับสนุนเด็กที่ต้องการความคุ้มครอง

นอกจากนี้ ค่ายเพลงในเครือ HYBE MUSIC GROUP APAC ทั้งหกแห่งยังได้ร่วมกันบริจาคเงิน 500 ล้านวอน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในฮ่องกง

คณะกรรมการบริหารความยั่งยืนของ HYBE กล่าวว่า "เราจะยังคงทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเราเพื่อเสริมสร้างแนวปฏิบัติ ESG ของเรา และสื่อสารความพยายามของเราด้วยความโปร่งใสและความรับผิดชอบ" เรียกได้ว่า HYBE ไม่ได้แค่สร้างความบันเทิง แต่ยังสร้างความดีงามคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่องเลยนะเนี่ย!

กำลังโหลดความคิดเห็น...