Source

K-pop บอยกรุ๊ปพากันปลุกกระแสเพลงแดนซ์ป๊อปยุค 2000s กลับมาฮิตอีกครั้ง!

admin0
K-pop บอยกรุ๊ปพากันปลุกกระแสเพลงแดนซ์ป๊อปยุค 2000s กลับมาฮิตอีกครั้ง!
gallery image
gallery image

ช่วงนี้วงการ K-pop กำลังมีเทรนด์ที่น่าสนใจสุดๆ เมื่อบอยกรุ๊ปหลายวงหันกลับไปหยิบเอาสไตล์เพลงแดนซ์ป๊อปยุคต้นปี 2000s มาปัดฝุ่นใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แทนที่จะเน้นเพลงที่มีท่อนฮุกติดหู หรือเมโลดี้ฟังง่ายๆ ที่เหมาะกับโซเชียลมีเดียเหมือนที่ผ่านมา ศิลปินชายหลายคนกลับเลือกที่จะสร้างสรรค์เพลงแดนซ์ป๊อปแบบดั้งเดิมมากขึ้น ด้วยไลน์เมโลดี้ที่แข็งแกร่ง โครงสร้างเพลงที่ชัดเจน มีท่อน Verse-Chorus-Bridge ครบถ้วน และการดำเนินเรื่องราวในเพลงที่น่าติดตาม

เทรนด์นี้เกิดขึ้นในขณะที่เกิร์ลกรุ๊ปอย่าง Le Sserafim, Illit, Katseye และ Izna กำลังจุดกระแสเพลงแนว Electronic Dance Music (EDM) ให้กลับมาฮิตอีกครั้งด้วยเพลงสไตล์ House และ Techno แต่สำหรับฝั่งบอยกรุ๊ปนั้น พวกเขาเลือกที่จะย้อนกลับไปหาแรงบันดาลใจจากเพลงแดนซ์ป๊อปที่เคยครองวงการ K-pop ในช่วงยุค 2000s นั่นเอง

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ Tomorrow X Together และ BoyNextDoor

เพลง “Stick With You” ซึ่งเป็นเพลงไตเติ้ลจากมินิอัลบั้มที่ 8 ของ Tomorrow X Together ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนเมษายน ทำให้เราหวนคิดถึงความรู้สึกของ K-pop ยุคต้นปี 2000s ด้วยเมโลดี้แบบ Minor-key และการดำเนินเรื่องราวในเพลงที่ดราม่ามากๆ แทนที่จะเน้นเสียงซินธ์แบบเพลงสมัยใหม่ เพลงนี้กลับให้ความสำคัญกับเสียงประสานและเรื่องราวที่เล่าผ่านเมโลดี้ ซึ่งค่อยๆ สร้างอารมณ์ร่วมไปเรื่อยๆ

ส่วน BoyNextDoor ก็มาในแนวทางที่คล้ายกันกับเพลง “Viral” ซึ่งเป็นเพลงไตเติ้ลจากอัลบั้มแรกของพวกเขา “Home”

เพลงนี้เริ่มต้นด้วยเสียงร้องที่ค่อนข้างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มเครื่องดนตรีเข้ามาทีละชั้น และขยายไปสู่การเรียบเรียงที่ยิ่งใหญ่ขึ้น มีโครงสร้างที่ชัดเจนตั้งแต่ท่อน Verse ไป Chorus พร้อมกับท่อนฮุกที่โดดเด่น ท่อน Bridge ที่ดราม่า และ Dance Break ที่จัดเต็ม ทำให้เพลงนี้ชวนให้นึกถึงเพลงแดนซ์ป๊อปยุคแรกๆ ของ K-pop แต่ก็ยังคงความทันสมัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว

Jaehyun ลีดเดอร์ของวง BoyNextDoor บอกว่าแนวทางนี้ตั้งใจทำแบบนี้เลยนะ “ตอนที่เราเตรียมอัลบั้มนี้ เราคิดว่าสิ่งที่อาจจะถือว่าเป็นไวยากรณ์คลาสสิกของ K-pop อย่างการดำเนินเรื่องราวที่ชัดเจน ท่าเต้นที่เน้นการแสดง และเพลงที่มีจุดสูงสุดและต่ำสุดทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน อาจจะรู้สึกไม่เหมือนใครเลยนะ ถ้า BoyNextDoor เป็นคนทำ” เขากล่าวในการสัมภาษณ์เมื่อต้นเดือนมิถุนายน “เราสงสัยว่าผู้ชมอาจจะโหยหาเพลงแบบนั้นอีกครั้งหรือเปล่า: เพลงที่ยาวกว่าสามนาที มีโครงสร้างที่ดราม่า ท่อน Bridge ที่กินใจ เสียงสูง และ Dance Break”

คำพูดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าศิลปินบางคนมองเห็นช่องว่างสำหรับการกลับมาของโครงสร้างเพลงที่สมบูรณ์แบบ ในยุคที่เพลงส่วนใหญ่ถูกปรับให้เหมาะกับแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นๆ

การกลับมาของเพลงสไตล์นี้ก็ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์อย่างมากเลยนะ Tomorrow X Together คว้าถ้วยรางวัลจากรายการเพลงไปถึง 5 ถ้วยจากเพลง “Stick With You” และยังขึ้นไปถึงอันดับ 2 บนชาร์ต Billboard 200 อีกด้วย ส่วน BoyNextDoor ก็ทำยอดขายอัลบั้ม “Home” ในสัปดาห์แรกเกิน 1 ล้านชุด กลายเป็นวงที่มียอดขายล้านชุดถึง 4 ครั้งเลยทีเดียว!

เทรนด์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพลงแดนซ์ป๊อปเท่านั้นนะ อย่าง Treasure จาก YG Entertainment ก็เพิ่งคัมแบ็กด้วยเพลงไตเติ้ล “If I” ซึ่งหยิบเอาพื้นฐานของฮิปฮอปในวงการ K-pop ยุคแรกๆ มาใช้ แทนที่จะตามกระแสป๊อปสมัยใหม่ เพลงนี้เน้นบีทหนักๆ และการแร็ปดิบๆ ที่ดึงดูดใจ และทำยอดวิวบน YouTube ทะลุ 100 ล้านวิวภายใน 11 วันหลังปล่อยเพลงอีกด้วย

นักวิจารณ์เพลง Lim Hee-yun เสริมว่า “แทนที่จะสร้างเสียงของยุคก่อนๆ ขึ้นมาใหม่ ศิลปินกำลังสร้างสรรค์เสียงและสูตร K-pop ที่คุ้นเคยขึ้นมาใหม่ผ่านเทคนิคการผลิตที่ทันสมัย สไตล์การแสดง และสุนทรียภาพทางภาพ” “สำหรับผู้ฟังที่อายุน้อย โครงสร้างและการเล่าเรื่องอาจจะรู้สึกแตกต่างไปจากเทรนด์ปัจจุบันอย่างสดชื่น สำหรับผู้ชมรุ่นเก่าที่เติบโตมาพร้อมกับ K-pop รุ่นก่อนๆ เพลงเหล่านี้มอบความรู้สึกคุ้นเคยที่ถูกกรองผ่านเลนส์ที่ทันสมัย”

กำลังโหลดความคิดเห็น...