T.O.P กล่าวอำลา Big Bang ด้วยอัลบั้ม 'ANOTHER DIMENSION'







T.O.P ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกในรอบ 20 ปีนับตั้งแต่เดบิวต์ โดยเปิดตัว 'ANOTHER DIMENSION' เมื่อวันที่ 3 เมษายน อัลบั้มนี้สะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันที่เขาใช้ตรวจสอบตัวเอง ซึ่งใช้เวลาสร้างสรรค์นานถึงสิบปี ตั้งแต่ปี 2016 T.O.P ได้มีส่วนร่วมในการผลิตงานเพลง โดยเคลื่อนที่ไปมาระหว่างสตูดิโอเพื่อสร้างโปรเจกต์นี้ ผลลัพธ์คือคอลเลกชันที่เหมือนบันทึกประจำวัน เชื่อมโยงอารมณ์ที่สะสมมานาน—ความรุ่งโรจน์ในอดีตกับ Big Bang การสะท้อนตัวเอง และการสารภาพที่รอคอยมานานต่อแฟนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัลบั้มนี้เน้นความสมบูรณ์ทางศิลปะ วิศวกรระดับโลก Ilko ดูแลการออกแบบเสียงและมิกซ์เสียงทั้งหมด โดยใช้ Dolby Atmos เพื่อสร้างบรรยากาศเสียงที่หลากหลาย ตามแนวคิดของอัลบั้ม ดนตรีผสมผสานองค์ประกอบเสียงที่หลากหลาย ปกอัลบั้มออกแบบโดย Edward Ruscha ศิลปินร่วมสมัยชื่อดัง และ Chae Kyung Sun ผู้กำกับศิลป์ของ 'Squid Game 3' ร่วมกับ Kim Ji Yong ช่างภาพยนตร์ ได้มีส่วนร่วมในมิวสิกวิดีโอ เพิ่มมิติทางสายตา
อัลบั้มนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ระยะยาว โดย T.O.P เปิดเผยว่าเขาได้ทำเพลงที่วางแผนจะปล่อยในปีต่อๆ ไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยอธิบายว่า 'ANOTHER DIMENSION' เป็น “บทแรก”
เพลงเปิด “SELF CRUCIFIXION” เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ตัวเอง โดยมีข่าวจริงเกี่ยวกับ T.O.P รวมถึงข้อถกเถียงเรื่องการใช้กัญชา การบล็อกบัญชีแฟนคลับ และการย้อนกลับจากการเกษียณ จากจุดเริ่มต้น เขาเผชิญหน้ากับอดีตที่น่าอับอายที่สุดอย่างตรงไปตรงมา ชื่อภาษาเกาหลีมีความหมายสองด้าน—ทั้ง “ความปรารถนา” และ “ความอับอาย” เช่นเดียวกับชื่อภาษาอังกฤษ มันทำหน้าที่เป็นการประกาศอย่างสิ้นหวังที่จะตรึงตัวเอง
เพลงชื่อ “Studio54” กลับไปยังอดีต โดยผสมผสานดนตรีเฮาส์เข้ากับอิทธิพลของฮิปฮอปยุค 1980 T.O.P ฟื้นฟูสไตล์เก่าๆ จากวันใน underground เสียงร้องที่เกินจริงและการใช้ autotune สื่อถึงพลังที่สูงขึ้นในขณะที่เปิดเผยความว่างเปล่าภายใน เนื้อเพลงเช่น “ฉันขอโทษ แต่ฉันรัก BIGBANG ในวัย 20 / SAY LESS” ทำให้ระลึกถึงความรุ่งโรจน์ในอดีตและแสดงถึงระยะห่างจากมัน “THE GIANT” นำเสนอการตีความใหม่จากเพลงฮิต “Loser” ของ Big Bang โดยเพิ่มเนื้อเพลงใหม่ลงไปในเมโลดี้เดิม นำเสนอ T.O.P ในฐานะ “ยักษ์” ที่ก้าวข้ามความกดดันในอดีต ประกาศอิสรภาพจากการรับรู้ของผู้อื่น
ในปี 2022 เมื่อใกล้การปล่อย “Still Life” ของ BIGBANG T.O.P ได้กล่าวว่าเขาอาจกลับเข้าร่วมวงหากสถานการณ์เอื้ออำนวย แต่ต่อมาได้วาดเส้นชัดเจนว่าเขาไม่สามารถกลับไปได้ “ฉันออกจาก BIGBANG / เรามีความสุขมากกว่าห้าคน / ฉันจะฝังความฝันที่หนักหน่วงนั้นและประดับมันให้สวยงามมากขึ้น / ฉันจบแล้ว ฉันจบแล้ว” (“A Small, Filthy Show Window (OVAYA)”)
“A Small, Filthy Show Window (OVAYA)” สะท้อนอารมณ์ที่ซับซ้อนของเขา ขณะระลึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุข เขายืนยันว่าเวลานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว เพลงนี้เน้นความรู้สึก lo-fi โดยใช้ reverb เพื่อสร้างบรรยากาศของการถูกขัง เสียงแร็พต่ำและหนักของเขาตัดผ่านความตึงเครียด ทำให้นึกถึงผลงานก่อนหน้าอย่าง “Turn It Up” (2011) และ “Doom Dada” (2013) แต่มีน้ำหนักมากขึ้น ความขัดแย้งชัดเจน ขณะที่เขาแสดงความตั้งใจที่จะหลุดพ้นจาก BIGBANG ร่องรอยของวงยังคงอยู่ในดนตรีและเนื้อเพลง นักวิจารณ์ Kim Do Heon กล่าวไว้ว่า “ข้อความของการปฏิเสธทีมขัดแย้งกับองค์ประกอบดนตรีที่มาจาก BIGBANG” และยังสามารถตีความว่าเป็นการอำลาแฟนๆ
“Seoul Chaos” ขยายขอบเขตออกไปนอกเหนือจากตัวบุคคลไปยังสังคม มันจับภาพความวุ่นวายของเมือง ความเหงาของมนุษย์ และมุมมองวิจารณ์ต่อยุคสมัย เพลงนี้แสดงถึงเสียงรบกวนในเมืองผ่านจังหวะกลองที่ซับซ้อน เอฟเฟกต์ที่คมชัดคล้ายกับแสงนีออน และเสียงสะท้อนที่ซ้อนกัน เสียงร้องที่บิดเบี้ยวของ T.O.P สื่อถึงสภาวะอารมณ์ของเขา เพลงชื่อคู่ “Desperado” เป็นเพลงฮิปฮอปที่มีอารมณ์บลูส์ แม้ว่าจะมีเสียงที่สงบ แต่เนื้อเพลงมีความตรงไปตรงมา สื่อถึงอารมณ์ที่ต้องการทิ้งทุกอย่างเพื่อความรัก
“FOR FANS” เป็นการสารภาพจากใจ โดยมีประโยคเช่น “ฉันกลัวตัวเองเมื่อรู้สึกถึงมือของคุณในมือฉัน” และ “แม้ว่าเข็มของฉันจะแหลม แต่เรายังเป็น T.O.P” สื่อถึงทั้งการขอโทษและความรัก อัลบั้มจบลงด้วย “Be Solid” ซึ่งเป็นเพลงที่ช้าที่สุดในบรรดา 11 เพลง ด้วยการใช้เครื่องดนตรีน้อยที่สุดและการส่งเสียงในโทนต่ำ มันสื่อถึงความปรารถนาอย่างจริงใจ: “ฉันอยากเป็นคนอบอุ่น / ฉันอยากเขียนบทกวีให้คุณทุกวัน”
'ANOTHER DIMENSION' เป็นอัลบั้มที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เสียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 2000 อาจรู้สึกล้าสมัยสำหรับบางคน แต่ฝีมือการผลิตมีความประณีตอย่างเห็นได้ชัด เป้าหมายของ T.O.P ในการสร้าง “อัลบั้มที่คลาสสิกแต่ไม่ตกยุค” มีพลังในการโน้มน้าวใจ
ในแง่มุมเชิงพาณิชย์ อาจมีข้อจำกัด อัลบั้มนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะร่วมสมัย จึงเน้นการตีความมากกว่าความเร่งด่วน เนื้อเพลงหลายบรรทัดต้องฟังซ้ำหลายครั้งเพื่อให้เข้าใจความหมาย ในที่สุด อัลบั้มนี้แสดงถึงความพยายามของ T.O.P ในการสร้างจักรวาลศิลปะของตัวเอง ผ่าน 11 เพลง เขาสำรวจมุมมองที่แตกต่างกัน—บางมุมเป็นเรขาคณิต บางมุมเป็นเหนือจริง—แต่ทั้งหมดสะท้อนถึงตัวเขาอย่างชัดเจน นักวิจารณ์ Kim ยังกล่าวเสริมว่า “บางเพลงมีคุณค่าเพราะมันคงอยู่ตลอดไป ขณะที่เพลงอื่นๆ จะมีคุณค่าผ่านการเปลี่ยนแปลง” ทำให้ทิศทางศิลปะในอนาคตของ T.O.P น่าจับตามอง โดยได้รับการตอบรับในระดับสากลที่ดี อัลบั้มติดอันดับที่ 3 ในชาร์ต iTunes Worldwide Top Albums เมื่อวันที่ 4 เมษายน และขึ้นอันดับ 1 ใน 15 ประเทศ รวมถึงอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม.